Prolouge
Laurel [พระเจ้า หรือ คนบาป?]
Author : Rinzei
Pairing : YunJae Yoosu MinPi
Rating : R
...คำกล่าวที่ว่า เมื่อชีวิตหนึ่งดับสูญจากโลกใบนี้ไป ย่อมมีอีกหนึ่งถือกำเนิดขึ้นมาทดแทนเสมอ แต่ทว่า...หากหนึ่งชีวิตอันแสนบริสุทธิ์นั้น สามารถทำให้ร่างอันไร้วิญญาณกลับมามีลมหายใจได้อีกครั้งล่ะ...
...ผลลัพธ์ของการฝืนลิขิตของพระเจ้า คือหนทางสู่โลกใบใหม่ หรือ หายนะ?...
...การแพทย์ช่วยเราไม่ได้...สวรรค์ไม่เคยได้ยินคำขอ...พระเจ้า...ลิขิตให้เส้นทางของมนุษย์สั้นเกินไป...แต่เราไม่ใช่หมอ...เราไม่ใช่พระเจ้า...เราเป็นเพียงแค่มนุษย์...ที่ต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน...
...ความตายไม่ใช่การลาจาก...แต่มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น...สิ่งที่พวกเราทำไม่ใช่อาชญากรรม...มันเป็นเพียงแค่การเสียสละ...เพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ล้ำค่ายิ่งกว่า...เราแค่ช่วยค้นหาในสิ่งที่มนุษย์ทำหายไป...แสงสว่างเล็กๆ ท่ามกลางความมืดมิด...ที่รอคอยให้มนุษย์เป็นผู้ตัดสิน...เพราะฉะนั้น...จงจำนามของเราไว้...
...ลอเรล...
#
เลือดอุ่นๆ ถูกถ่ายเข้าร่างซีดเซียว ของเหลวสีแดงแผ่ซ่านวนเวียนอยู่ทั่วร่าง เพียงแค่เลือด ก็ทำให้ร่างที่ขาวราวกับกระดาษ ได้แต่นอนรอความตายอยู่บนเตียงเริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง ก้อนเนื้อสีแดงเท่ากำปั้น สิ่งที่เต้นตึ่กตั่กอยู่ที่อกด้านซ้าย ถูกบดขยี้จนกลายเป็นผง ก่อนจะถูกฉีดเข้าไปรวมกับกระแสเลือด และน่าแปลกที่สิ่งนั้น ทำให้ชีพจรที่เริ่มอ่อนแรง กลับมาเต้นตามการสูบฉีดของหัวใจได้อย่างสม่ำเสมอราวกับยาวิเศษ ตอนนี้...ก็เหลือเพียงเนื้อร้าย ที่กำลังกัดกินอยู่ภายในร่าง สิ่งที่ต้องทำก็เพียงแค่สะกดมันเอาไว้ไม่ให้ลุกลาม หนึ่งชีวิตที่แสนบริสุทธิ์คงต้องถูกสังเวยอีกครั้ง เพื่อต่อลมหายใจให้กับร่างอันสิ้นหวัง
เพียงไม่กี่ชั่วยาม เด็กหนุ่มที่ไม่ว่าใครๆ ก็ต่างหมดหวัง กลับแข็งแรงขึ้นมาอีกครั้ง โรคร้ายที่มาคุกคามหายไปราวกับปาฏิหาริย์ อีกหนึ่งชีวิต หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานแล้ว
ขอบคุณท่านมากเลยนะคะ ที่ช่วยลูกของเราเอาไว้ มารดาโอบกอดลูกรักเอาไว้อย่างหวงแหน น้ำตาไหลรินด้วยความปีติ ทั้งที่แพทย์ทุกคนลงความเห็นเอาไว้แล้วว่าไม่มีทางรักษาโรคร้ายนี้ได้ หนทางสุดท้ายที่เธอตัดสินใจ คือ ชายแปลกหน้าที่เสนอตัวยื่นมือเข้าช่วย
ลูกชายคนเดียว เป็นเรี่ยวแรงของตระกูล ถ้าต้องตายไปตั้งแต่อายุยังน้อย ก็น่าเสียดายนะครับ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างแผ่วเบา พลางหยิบถุงมือหนังสีดำที่วางอยู่บนโต๊ะมาใส่เข้าอย่างเดิม
ท่านครับ...นี่คือค่ารักษาทั้งหมด ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่ช่วยลูกชายของเราเอาไว้ ชายวัยกลางคนในชุดภูมิฐานยื่นถุงกำมะหยี่สีดำให้ น้ำหนักของถุงใบนั้นคือค่ารักษาที่เขาเต็มใจสูญเสียเพื่อรั้งชีวิตของลูกชายเอาไว้
ร่างสูงใหญ่รับมา ก่อนจะยื่นให้คนติดตามตรวจเช็คว่าทั้งหมดเป็นไปตามที่ตกลงกันไว้ เหรียญทองคำมูลค่ากว่า 3 หมื่นปอนด์ กับการเสียเวลาเพียงแค่ 6 ชั่วโมง เพื่อรักษาอีกหนึ่งชีวิต
ขอบคุณที่ใช้บริการ ว่าพลางถอดหมวกทรงสูงแล้วค้อมตัวให้ตามมารยาท ทว่า...ก่อนที่ร่างนั้นจะเดินออกจากห้อง เสียงเล็กๆ ก็เอ่ยฉุดรั้งเอาไว้เสียก่อน
เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนครับ!!
คนถูกรั้งถึงกับชะงัก พลางเหลือบมองเจ้าของเสียงตัวเล็กที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียง ว่าไงครับ...คุณหนู เอ่ยถามจุดประสงค์ แล้วใช้เวลาระหว่างรอฟังคำตอบใส่เสื้อคลุมที่คนติดตามถืออยู่
ร่างเล็กๆ ไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก แต่เรียวขานั้นพยายามทรงตัวรับน้ำหนักของร่างกายส่วนบน แล้วใช้เรี่ยวแรงทั้งหมด ในการก้าวขาทีละน้อย ก่อนจะมาหยุดนิ่ง ตรงหน้าร่างสูงใหญ่ในชุดสูทดำสนิท
ท่าน...ชื่ออะไรเหรอครับ เสียงแผ่วเบาถามอย่างกลัวเกรง แล้วการทักทายของชายชุดดำก็ทำเอาเจ้าของร่างเล็กผวา จนเรียวขาอันอ่อนแรงผงะถอยหลังอย่างไม่รู้ตัว
แขนแกร่งโอบรัดเอวบอบบาง พลางเชยคางดวงหน้าที่เริ่มซับสีเลือดแต่ยังคงซูบผอมเพราะอาการป่วยที่คุกคาม แล้ววางแนบริมฝีปากอุ่นกับกลีบปากนุ่มชื้นที่สั่นระริกเพราะความหวาดกลัว ลมหายใจอุ่นรดรินจนหัวใจถูกกระตุ้นให้เต้นแรงกว่าปกติ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของลาเวนเดอร์จากร่างสูงใหญ่โชยมาแตะจมูก ทำเอาร่างที่อยู่ในอ้อมแขนพิสมัยและรื่นรมย์กับจุมพิตนั้นได้ไม่ยาก
ผู้รุกรานจงใจผละออกเสียดื้อๆ เมื่อร่างเล็กๆ นั้นทำท่าเหมือนจะร้องขออยู่เป็นนัย ช่างบริสุทธิ์อะไรอย่างนี้ เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นราวกับเสียงกระซิบ ก่อนจะช้อนอุ้มร่างนั้น กลับมาที่เตียงดังเดิม
นี่ครับ เอ่ยขึ้นพลางยื่นกระดาษขาวใบเล็กให้ พออีกฝ่ายรับไปจากมือ ร่างสูงใหญ่ก็เดินกลับออกไปจากห้องทันที เหลือเพียงแต่แววตาอันไร้เดียงสา ที่มองตามจนร่างนั้นลับสายตาไป
จุนซู...เป็นอะไรรึเปล่าลูก มารดารีบเข้ามาโอบกอดปลอบขวัญ แต่เจ้าตัวกลับคลี่ยิ้ม พลางส่ายหน้าน้อยๆ
นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องมองของที่รับมาจากชายแปลกหน้าเหมือนคนไร้สติ ก่อนที่เสียงเล็กๆ จะอ่านข้อความที่อยู่กลางนามบัตรใบนั้น
ท่านเคาท์ยู... น้ำเสียงอันเลื่อนลอยเล็ดลอดออกมาจากกลีบปากอ่อนนุ่ม ไออุ่นจากจุมพิตเมื่อครู่ยังคงวนเวียนอยู่ไม่จาง
...ชื่อของท่าน...คือท่านเคาท์ยูเหรอ...
คำถามนั้นยังคงดังก้องอยู่ในใจ แล้วลองพลิกด้านหลังนามบัตร สิ่งที่อยู่บนพื้นกระดาษสีขาว ทำเอาร่างเล็กได้แต่เอียงคอมองอย่างฉงน รูปวาดของดอกไม้แปลกตา กับอักษรตัวเล็กๆ ที่เขียนอยู่ด้านล่างว่า
...Laurel...
ลอเรลงั้นเหรอ
...คืออะไรกันนะ...
++++++++